Answer
อัตราสปริงตามทฤษฎี $k$ สำหรับสปริงคลื่นจากยอดถึงยอดหลายรอบได้มาจากสูตร $P/f = (E b t^3 n^4) / (D_m^3 N Z)$ โดยที่ $E$ คือโมดูลัสของความยืดหยุ่น, $b$ คือความกว้างในแนวรัศมี, $t$ คือความหนาของวัสดุ, $n$ คือจำนวนคลื่นต่อเทิร์น, $D_m$ คือเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย และ $N$ คือจำนวนของ เปลี่ยน การรวมปลายแผ่นรองจะทำให้เกิดปัจจัยในการแก้ไขจำนวนรอบที่ใช้งานอยู่ โดยทั่วไปความไม่เป็นเชิงเส้นจะเกิดขึ้นเมื่อสปริงเข้าใกล้ความสูงที่มั่นคง โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 80\%$ ของการเคลื่อนที่ที่มีอยู่ทั้งหมด สาเหตุนี้เกิดจากเอฟเฟกต์ 'จากจุดต่ำสุด' ซึ่งยอดคลื่นเริ่มแบนราบกับพื้นผิวสัมผัส ส่งผลให้ความยาวของลำแสงลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มอัตราสปริงแบบทวีคูณ ในการใช้งานที่มีความแม่นยำสูง ผู้ออกแบบต้องคำนึงถึงการขยายตัวของผนังแนวรัศมี $b$ ในระหว่างการบีบอัดโดยใช้ $D_{outer-max} = D_{outer} + (0.015 \cdot f \cdot n^2 / D_m)$ เพื่อป้องกันการพันกันในตัวเครื่อง