Answer
อัตราสปริง $K$ สำหรับสปริงคลื่นจากยอดถึงยอดหลายรอบได้มาจากสูตรการโก่งตัวของลำแสงที่ปรับให้เหมาะกับรูปทรงโค้ง แสดงเป็น $K = \frac{E b t^3 N^4}{R^3 5.88 n}$ โดยที่ $E$ คือโมดูลัสของความยืดหยุ่น $b$ คือความหนาของผนังในแนวรัศมี $t$ คือความหนาของวัสดุ $N$ คือจำนวนคลื่นต่อเทิร์น $R$ คือรัศมีเฉลี่ย และ $n$ คือจำนวนรอบ การไม่เชิงเส้นเกิดขึ้นที่ส่วนปลายสุดของเส้นโค้งโก่งตัวเป็นหลัก ในช่วงเริ่มต้น 'การเบด' ของคลื่นกับพื้นผิวผสมพันธุ์ทำให้เกิดอัตราเริ่มต้นที่ต่ำกว่า เมื่อสปริงเข้าใกล้ 'ความสูงคงที่' คลื่นจะเริ่มแบนและสัมผัสกัน ส่งผลให้อัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในการใช้งานที่มีความแม่นยำสูง วิศวกรจะต้องคำนึงถึง $K_{factor}$ ซึ่งจะปรับตามการเปลี่ยนแปลงของแขนโมเมนต์เมื่อยอดคลื่นเคลื่อนไปในแนวรัศมีระหว่างการบีบอัด